Read Time:2 Minute, 37 Second

6 นิตยสารผู้ไม่หวั่นเกรงต่อการเปลี่ยนแปลง สู้ด้วยการผันตัวเป็น E-Magazine

จากการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคสื่อสิ่งพิมพ์  ที่หันมานิยมท่องโซเชียลกันมากขึ้น  และทุก ๆ ข่าวสารข้อมูลความรู้ต่าง ๆ เผยแพร่ให้หาอ่านกันได้ง่ายทางอินเตอร์เน็ตแล้ว และด้วยเหตุนี้เองมีผลกระทบต่อสื่อสิ่งพิมพ์เป็นอย่างมาก     มีหลายสื่อที่ประกาศปิดตัวลง โบกมือยอมแพ้ต่อสถานการณ์นี้ และก็ยังมีอีกหลายสื่อที่ยังยืนหยัดที่จะผันตัวไปตามความเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิทัลที่เริ่มมีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คน มาดูกันว่ามีสื่อสิ่งพิมพ์ไหนที่ผันตัวจากรูปเล่ม แปลงร่างมาเป็น E-Magazine เพื่อออนไลน์เข้าถึงผู้คน

 

  1. a day

เป็นนิตยสารที่พูดถึงเรื่องแรงบันดาลใจ เรื่องราวของบุคคลที่กำลังเป็นกระแส หรือเนื้อหาที่น่าสนใจของวัยรุ่น มีคอลัมน์ที่สัมภาษณ์แนวความคิดของบุคคลที่มีความสร้างสรรค์  นิตยสาร a day ก่อตั้งเมื่อปี 2543 โดยบุคคล 3 คน ได้แก่ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์, นิติพัฒน์ สุขสวย และ ภาสกร ประมูลวงศ์

 

  1. แพรว

แพรวสมชื่อ นิตยสารรายปักษ์ ในเครือ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน) เป็นนิตยสารเกี่ยวกับผู้หญิง เนื้อหาภายในเล่มนำเสนอเกี่ยวกับแฟชั่น ความสวยความงาม จิตวิทยาเกี่ยวกับผู้หญิง เริ่มออกฉบับแรกจำหน่ายเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2526

 

  1. บ้านและสวน

เป็นนิตยสารในเครือ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน) ด้วยเช่นกัน มีเนื้อหาที่เน้นเกี่ยวกับไอเดียการจัดบ้าน แต่งบ้าน การจัดสวน และพื้นที่รอบบ้านให้น่าอยู่สวยงาม นิตยสารบ้านและสวนเล่มแรก วางจำหน่ายเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2519

อ่านเพิ่มเติม: 5 นิตยสารอำลาวงการ เพราะไม่อาจต้านทานพิษเศรษฐกิจ

 

  1. ชีวจิต

นิตยสารสำหรับคนรักสุขภาพ มีข้อมูลและทริคเด็ด ๆ เกี่ยวกับการดูแลตนเอง การออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร ครอบคลุมทุกรอบด้านในเรื่องของการดูแลสุขภาพ โดยมีเนื้อหาที่ตรงตามความเป็นจริง เข้าใจง่าย และข้อมูลในเรื่องของสุขภาพนั้น ก็เป็นข้อมูลทางการแพทย์ที่ได้รับความเชื่อถือ

 

  1. National Geographic

เป็นสื่อที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ , ประวัติศาสตร์ , ภูมิศาสตร์ และธรรมชาติ เป็นนิตยสารของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เป็นนิตยสารที่มีมายาวนาน เริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2431 เป็นภาษาอังกฤษ และปัจจุบันได้มีการตีพิมพ์นิตยสารนี้ 37 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย

 

  1. สารคดี

เป็นนิตยสารของคนไทย โดยอยู่ในเครือของ บริษัท วิริยะธุรกิจ จำกัด สร้างขึ้น วางแผงครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2528 มีเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับสารคดี ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องธรรมชาติและประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม บุคคล ชีวิต และเทคโนโลยี

ใครที่ได้เคยติดตามอ่านนิตยสารทั้ง 6 ดังกล่าวที่นำเสนอมา และเป็นนักท่องโซเชียล E-book ตัวยง ก็คงพอจะเห็นหน้าปกของทั้ง 6 นิตยสารวางแผงขายอยู่บนออนไลน์  นี่แหล่ะนะที่มีคนเคยบอกไว้ “เรามีทางไปเสมอ ถ้าเราเดิน”

 

 

 

 

Read Time:2 Minute, 38 Second

Magazine VS E-book

ใครที่เป็นนักอ่านตัวยง ชอบท่องโลกไปกับการหาอ่านข้อมูลข่าวสาร คอลัมน์ต่าง ๆ เพื่อมาประดับความรู้ และเพื่อทันต่อสถานการณ์บ้านเมือง คงพอจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อหลายปีที่ผ่านมาแล้วว่า กระแสโซเชียลมีเดีย เริ่มเข้ามาพัฒนาในเรื่องของหนังสือที่เป็นรูปเล่ม ให้เป็นดิจิทัลที่สามารถอ่านจากคอมพิวเตอร์ แทปเล็ต และสมาร์ทโฟน ได้อย่างง่ายดาย แถมยังมีการซื้อขายออนไลน์ได้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก แต่ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะเริ่มมีบทบาทสูงในเรื่องของนิตยสารมากขึ้นก็ตาม เราก็ยังเห็นหนังสือที่เป็นรูปเล่มวางจำหน่ายตามร้านหนังสือเยอะแยะมากมาย และยังมีการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ออกมาเผยแพร่กันให้เห็นอยู่  ณ ตอนนี้ ทั้ง Magazine และ E-book ก็มีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนกันทั้งคู่ แล้วทั้งสองสิ่งนี้ มันมีดีต่างกันอย่างไร

 

Magazine

ก็ทราบกันดีว่ารูปลักษณะก็คือหนังสือเล่มหนึ่ง ประกอบเข้ากันหลาย ๆ หน้าและมีเนื้อหามากมายหลายเรื่อง แยกเป็นหมวดหมู่รวมกันอยู่ในนั้น ข้อดีของการมีหนังสือสักเล่มหนึ่งติดตัว นอกจากจะได้รับความรู้แล้ว การอ่านหนังสือจากกระดาษ โดยไม่ได้ผ่านแสงจากจอ จะช่วยถนอมสายตา เนื่องจากว่าปัจจุบันเราใช้เทคโนโลยีกันทุกวัน เกือบตลอดเวลา อย่างพนักงานออฟฟิต เวลาทำงานก็จ้องตากับจอคอมอยู่แล้ว ไหนจะช่วงพักหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาสบตากันอีก สำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือ หลังจากที่ดวงตาเหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้วกับการได้รับแสงจากจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน หากอยากอ่านหนังสือก่อนนอนกันจริง ๆ นิตยสารหรือสื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นรูปเล่มย่อมดีกว่า

แต่ถ้ามองในแง่ของเรื่องธรรมชาติ E-book จะอยู่เหนือกว่าในเรื่องของการรักษ์โลก การอนุรักษ์ป่าไม้ เพราะว่ากระดาษทำมาจากต้นไม้ที่เป็นวัตถุดิบหลัก ยิ่งเราผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ออกมาเรื่อย ๆ ต่อเนื่องไปอีกหลายปี ทรัพยากรก็จะลดน้อยถอยลงไปกว่าเดิม และอาจส่งผลกระทบอย่างอื่นตามมา

 

E-book

ข้อดีก็คือ ชีวิตง่าย รวดเร็ว และก็สะดวกขึ้น สามารถจะอ่านได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา ประหยัดพื้นที่ในการพกพา และไม่มีปัญหาในเรื่องของน้ำหนัก เพราะถ้าหากเราเลือกที่จะอ่านนิตยสารเป็นเล่ม มันก็จะรู้สึกเกะกะที่จะต้องถือพกติดตัวไปด้วย เผลอ ๆ มีวางลืมทิ้งไว้อีกต่างหาก  และอย่างสมมติมีการอัพเดทฉบับใหม่ขึ้นมา เราไม่ต้องเสียเวลารอถึงพรุ่งนี้ ก็สามารถจิ้ม หรือดาวน์โหลดมาเป็นเจ้าของได้ และอ่านได้ทันทีตามใจเราต้องการได้เลย

ข้อเสียของ E-book  ก็มีปัญหาในเรื่องของแสงที่กระทบต่อดวงตา หากใช้เวลาต่อวันในการจ้องจอมากเกินไป และต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ก็จะส่งผลทำให้สายตาพร่ามัว ปวดหัว การมองเห็นไม่ชัด ไม่โฟกัส(สายตาสั้น) อีกต่อไป

ทั้ง Magazine และ E-book ต่างก็เป็นสื่อของข้อมูลข่าวสาร ที่ให้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ สำหรับในเรื่องข้อดีหรือข้อเสียนั้น เป็นเรื่องที่เราสามารถป้องกันและระมัดระวังได้ ไม่ว่าเราจะเลือกเสพสื่อกันทางไหน ก็ให้มีความเหมาะสมและอยู่ในความพอดี

อ่านเพิ่มเติม: อยู่ที่ไหนก็บันเทิง ด้วยนิตยสารออนไลน์

 

 

 

 

 

Read Time:2 Minute, 40 Second

5 นิตยสารอำลาวงการ เพราะไม่อาจต้านทานพิษเศรษฐกิจ

เมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และอินเตอร์เน็ตมีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ในการถ่ายทอดข้อมูลความรู้ต่อผู้คนเพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารนั้น กลับกลายเป็นเรื่องที่กระจายไปอย่างรวดเร็ว นั่นก็เป็นผลดีที่ผู้คนสามารถที่จะได้รู้ทันต่อเหตุการณ์ได้รวดเร็วมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ก็มีผลกระทบต่อสื่อสิ่งพิมพ์ เมื่อคนนิยมหันมาเสพสื่อออนไลน์กันมากขึ้น เพราะว่าง่าย รวดเร็ว และสะดวกต่อการรับข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ ซึ่งในบางเรื่องก็หาอ่านได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย และมีสื่อสิ่งพิมพ์เล่มไหนบ้างที่ประกาศอำลาวงการ ยกธงขาวปิดตัวลงอย่างน่าใจหาย

 

  1. ขวัญเรือน

นิตยสารเล่มนี้ อยู่คู่คนไทยมานานถึง 49 ปี นิตยสารขวัญเรือนเป็นนิตยสารรายปักษ์ โดยเริ่มแรกในการแผงฉบับปฐมฤกษ์เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2511 และได้ประกาศปิดตัวลง โดยให้เหตุผลว่าเพราะปัญหาเศรษฐกิจ มีการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ทำให้ส่งผลในแง่ของการขาย การโฆษณา และยอดจำหน่ายที่ต่ำลง โดยมีการยุติการจัดพิมพ์นิตยสารเล่มนี้ไปเมื่อปี พ.ศ. 2560

 

  1. ดิฉัน

นิตยสารสำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสัมภาษณ์คนดัง การบันเทิง แฟชั่น ข่าวสารเรื่องการท่องเที่ยว รวมถึงศิลปวัฒนธรรมไทย นิตยสารฉบับนี้อยู่คู่คนไทยมาถึง 37 ปี โดยประกาศวางแผงฉบับสุดท้ายเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา

 

  1. คู่สร้างคู่สม

ตำนานสื่อสิ่งพิมพ์ที่ยาวนานเกือบ 4 ทศวรรษของคนไทย โดยเริ่มจำหน่ายเล่มแรกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2523 รวมอายุได้ 38 ปี ก็ได้โบกมือบ๊ายบายวงการไปอีกสื่อหนึ่ง โดยให้เหตุผลเดียวกันกับหลายสื่อสิ่งพิมพ์ที่ทยอยปิดตัวไป และยอดจำหน่ายที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยฉบับสุดท้ายที่เล่มที่ 1005 เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 หน้าปกของคู่สร้างคู่สมได้เป็นภาพของคุณดำรง พุฒตาล เป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้งนิตยสารคู่สร้างคู่สมนั่นเอง

 

  1. Seventeen

นิตยสารของวัยรุ่นอันดับหนึ่งสัญชาติอเมริกา โดยคนไทยซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาตีพิมพ์และเผยแพร่เป็นความรู้หนุ่มสาว บันเทิงต่าง ๆ รวมแล้วมีอายุ 14 ปี  โดยเริ่มวางแผงเล่มแรกเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2545 ให้เหตุผลเดียวกันว่าเพราะคนสมัยใหม่หันมาเล่นโซเชียลมีเดียกันมากขึ้น และปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559

อ่านเพิ่มเติม: 6 นิตยสารผู้ไม่หวั่นเกรงต่อการเปลี่ยนแปลง สู้ด้วยการผันตัวเป็น E-Magazine

 

  1. สุดสัปดาห์

นิตยสารในเครือบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เดิมทีใช้ชื่อ แพรวสุดสัปดาห์ วางตลาดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526 นับอายุจนถึงวันปิดตัวลงเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 มีอายุได้ 36 ปี

เมื่อยุคคนหันมาจับกระดาษกันน้อยลง และข้อมูลข่าวสารลื่นไหลผ่านทางอินเตอร์เน็ตกันอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุผลให้บางสื่อหยุดชะงักกิจการไป แต่การนำเสนอข่าวสารก็มีการเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ ไม่แน่ว่า 5 ตัวอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ที่ยกมา อาจจะกลับมาเฉิดฉายใหม่ในรูปแบบใหม่อีกครั้งในวันข้างหน้าก็ได้